Skip to content
การจัดการมรดก

การสละมรดก: ทำอย่างไร ผลเป็นอย่างไร

ทายาทสละมรดกได้ตามมาตรา 1612 ต้องทำเป็นหนังสือมอบแก่เจ้าหน้าที่ ห้ามสละบางส่วนหรือมีเงื่อนไข พร้อมตารางขั้นตอนและข้อควรระวัง

การสละมรดก: ทำอย่างไร ผลเป็นอย่างไร

ทายาทไม่จำเป็นต้องรับมรดกเสมอไป กฎหมายเปิดช่องให้ทายาทสามารถ “สละมรดก” ได้ ซึ่งมักเกิดในกรณีที่กองมรดกมีหนี้มากกว่าทรัพย์ หรือเมื่อต้องการยกส่วนของตนให้ทายาทคนอื่น บทความนี้อธิบายวิธีการสละ ผลทางกฎหมาย และข้อควรระวังที่สำคัญ

การสละมรดกทำอย่างไร

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1612 การสละมรดกต้องแสดงเจตนาชัดแจ้ง โดยทำได้สองวิธี คือ

  • ทำเป็นหนังสือมอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ เช่น นายอำเภอ
  • ทำเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ

การพูดด้วยวาจาว่าไม่ขอรับมรดก หรือเพียงนิ่งเฉยไม่เข้ามาเกี่ยวข้อง ยังไม่ถือเป็นการสละมรดกที่สมบูรณ์ตามกฎหมาย

เงื่อนไขสำคัญของการสละ

มาตรา 1613 วางหลักไว้ชัดเจนว่า การสละมรดกจะทำแต่เพียงบางส่วน หรือทำโดยมีเงื่อนไข หรือมีกำหนดเวลาไม่ได้ กล่าวคือ ต้องสละทั้งหมดโดยไม่มีเงื่อนไข และเมื่อสละไปแล้วจะถอนคืนไม่ได้ ดังนั้นการตัดสินใจสละมรดกจึงควรพิจารณาให้รอบคอบ

ขั้นตอนรายละเอียด
1. พิจารณาทรัพย์และหนี้ตรวจสอบว่ากองมรดกมีทรัพย์หรือหนี้มากกว่ากัน
2. ตัดสินใจสละทั้งหมดต้องสละทั้งหมด ไม่มีเงื่อนไข ไม่มีกำหนดเวลา
3. จัดทำหนังสือสละมรดกทำเป็นหนังสือแสดงเจตนาชัดแจ้ง
4. มอบแก่เจ้าหน้าที่มอบหนังสือไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ เช่น นายอำเภอ หรือทำสัญญาประนีประนอม

ผลของการสละมรดก

เมื่อสละมรดกแล้ว ผู้สละถือเสมือนว่าไม่เคยเป็นทายาทมาก่อน อย่างไรก็ดี ตามมาตรา 1615 ผู้สืบสันดานของผู้สละมรดกยังมีสิทธิสืบมรดกต่อไปได้เสมือนผู้สละถึงแก่ความตาย จึงไม่ใช่ว่าการสละของพ่อแม่จะตัดสิทธิของลูกหลานไปด้วยเสมอไป

ข้อแนะนำ: หากเหตุผลที่ต้องการสละคือ “ยกให้ทายาทคนอื่น” ควรปรึกษาก่อนว่าควรใช้วิธีสละมรดกหรือวิธีตกลงแบ่งทรัพย์ เพราะผลต่อผู้สืบสันดานของท่านอาจต่างกัน

ข้อควรระวัง

การสละมรดกเพื่อหลีกเลี่ยงเจ้าหนี้ของตนเองอาจถูกเพิกถอนได้ หากเป็นการกระทำที่ทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ ดังนั้นผู้ที่มีหนี้สินส่วนตัวควรปรึกษาก่อนตัดสินใจ เพราะการสละที่ดูเหมือนเป็นสิทธิของตน อาจกลายเป็นประเด็นข้อพิพาทในภายหลัง

สรุป

การสละมรดกเป็นสิทธิที่กฎหมายรับรอง แต่มีรูปแบบและเงื่อนไขเคร่งครัดตามมาตรา 1612, 1613 และ 1615 และมีข้อควรระวังเรื่องเจ้าหนี้ ผลในแต่ละกรณีขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงเฉพาะราย หากท่านกำลังพิจารณาสละมรดก ทีมทนายของทรัพย์กฤษดาทนายความ ปทุมธานี ยินดีให้คำปรึกษาเพื่อช่วยตรวจสอบและจัดทำเอกสารให้ถูกต้อง

หัวข้อ: #สละมรดก#ทายาท#มาตรา1612

คำถามที่พบบ่อย

การสละมรดกต้องทำอย่างไรจึงสมบูรณ์

ตามมาตรา 1612 ต้องแสดงเจตนาชัดแจ้งเป็นหนังสือมอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ เช่น นายอำเภอ หรือทำเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ จะสละด้วยวาจาเฉย ๆ ไม่ได้

สละมรดกแค่บางส่วนหรือมีเงื่อนไขได้ไหม

ไม่ได้ ตามมาตรา 1613 การสละมรดกต้องสละทั้งหมดโดยไม่มีเงื่อนไขและไม่มีกำหนดเวลา และเมื่อสละแล้วจะถอนคืนไม่ได้

ถ้าสละมรดกแล้วลูกของผู้สละยังมีสิทธิหรือไม่

มี ตามมาตรา 1615 ผู้สืบสันดานของผู้สละมรดกมีสิทธิสืบมรดกต่อไปได้เสมือนผู้สละถึงแก่ความตาย

← กลับไปหน้าบทความ

บทความที่เกี่ยวข้อง

การตรวจสอบทายาทและทรัพย์มรดก ก่อนเริ่มคดี (Due Diligence)
การจัดการมรดก

การตรวจสอบทายาทและทรัพย์มรดก ก่อนเริ่มคดี (Due Diligence)

ก่อนยื่นจัดการมรดกควรตรวจสอบอะไรบ้าง — การตรวจสอบทายาททั้งหมด การค้นหาทรัพย์สินที่อาจไม่รู้ การตรวจหนี้สิน และการตรวจสอบพินัยกรรม เพื่อให้แบ่งมรดกได้ครบถ้วนถูกต้อง

ภาษีการรับมรดก เสียเมื่อไหร่ เท่าไหร่ (สรุปเข้าใจง่าย)
การจัดการมรดก

ภาษีการรับมรดก เสียเมื่อไหร่ เท่าไหร่ (สรุปเข้าใจง่าย)

อธิบายภาษีการรับมรดกตาม พ.ร.บ. ภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 — ใครต้องเสีย เกณฑ์ 100 ล้านบาท อัตราภาษี และผู้ที่ได้รับยกเว้น เช่น คู่สมรส

คดีมรดกพิพาท: ฟ้องแบ่งมรดก เพิกถอนพินัยกรรม และอายุความ 1 ปี
การจัดการมรดก

คดีมรดกพิพาท: ฟ้องแบ่งมรดก เพิกถอนพินัยกรรม และอายุความ 1 ปี

เมื่อทายาทขัดแย้งหรือมีการจัดการมรดกโดยมิชอบ ทำอย่างไร — ฟ้องแบ่งมรดก คัดค้าน/ถอนผู้จัดการมรดก เพิกถอนพินัยกรรม และเรื่องอายุความที่ต้องระวัง

พร้อมปรึกษาคดีของคุณแล้วหรือยัง?

ประเมินคดีเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เก็บข้อมูลเป็นความลับทุกขั้นตอน