ภาษีการรับมรดก เสียเมื่อไหร่ เท่าไหร่ (สรุปเข้าใจง่าย)
อธิบายภาษีการรับมรดกตาม พ.ร.บ. ภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 — ใครต้องเสีย เกณฑ์ 100 ล้านบาท อัตราภาษี และผู้ที่ได้รับยกเว้น เช่น คู่สมรส
หลายคนกังวลว่าได้รับมรดกแล้วต้องเสียภาษีหรือไม่ ความจริงคือ ส่วนใหญ่ไม่ถึงเกณฑ์ต้องเสีย บทความนี้สรุปให้เข้าใจง่าย
หมายเหตุ: ภาษีเป็นเรื่องที่มีรายละเอียดและอาจเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดและปรึกษาที่ปรึกษาด้านภาษีประกอบ
ใครต้องเสียภาษีการรับมรดก
ตาม พ.ร.บ. ภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 ผู้รับมรดกจะเสียภาษีเฉพาะเมื่อได้รับทรัพย์มรดกจากเจ้ามรดกแต่ละราย มูลค่ารวมเกิน 100 ล้านบาท โดยเสียภาษีเฉพาะ ส่วนที่เกิน เท่านั้น
อัตราภาษี
| ผู้รับมรดก | อัตรา (ส่วนเกิน 100 ล้าน) |
|---|---|
| บุพการี หรือผู้สืบสันดาน | 5% |
| ผู้รับรายอื่น | 10% |
| คู่สมรส | ได้รับยกเว้น |
ทรัพย์ที่นำมาคำนวณ
โดยทั่วไปครอบคลุมทรัพย์สิน เช่น อสังหาริมทรัพย์ หลักทรัพย์ เงินฝาก ยานพาหนะจดทะเบียน และทรัพย์สินทางการเงินอื่นตามที่กฎหมายกำหนด
ตัวอย่างเข้าใจง่าย
- ลูกได้รับมรดกจากพ่อรวม 80 ล้านบาท → ไม่เกิน 100 ล้าน ไม่ต้องเสียภาษี
- ลูกได้รับ 130 ล้านบาท → เสียภาษี 5% ของ ส่วนเกิน 30 ล้าน = 1.5 ล้านบาท
- คู่สมรสได้รับเท่าใด → ยกเว้น ไม่ต้องเสีย
สิ่งที่ควรทำ
- ประเมินมูลค่าทรัพย์มรดกที่แต่ละคนจะได้รับ
- หากใกล้/เกินเกณฑ์ ควรวางแผนภาษีและการยื่นแบบให้ถูกต้องตามกำหนดเวลา
- ปรึกษาทนายและที่ปรึกษาด้านภาษีสำหรับกองมรดกขนาดใหญ่
สรุป
ภาษีการรับมรดกออกแบบมาเก็บเฉพาะกองมรดกขนาดใหญ่ (ส่วนเกิน 100 ล้านต่อราย) กรณีครอบครัวทั่วไปจึงมักไม่ต้องเสีย แต่หากทรัพย์มาก ควรวางแผนล่วงหน้า เราช่วยประเมินและวางแผนการจัดการมรดกให้ครบทั้งด้านกฎหมายและภาษี
คำถามที่พบบ่อย
ได้รับมรดกเท่าไหร่ถึงต้องเสียภาษี?
เสียเฉพาะส่วนที่ผู้รับแต่ละคนได้รับ 'เกิน 100 ล้านบาท' ต่อเจ้ามรดกหนึ่งราย ส่วนที่ไม่เกินไม่ต้องเสีย
คู่สมรสต้องเสียภาษีมรดกไหม?
ไม่ต้อง คู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมายของเจ้ามรดกได้รับยกเว้นภาษีการรับมรดก
อัตราภาษีมรดกเท่าไหร่?
ส่วนเกิน 100 ล้านบาท เสีย 5% หากผู้รับเป็นบุพการีหรือผู้สืบสันดาน และ 10% สำหรับผู้รับรายอื่น