ภาษีเงินได้ของกองมรดกและทายาท ต่างจากภาษีรับมรดกอย่างไร
แยกให้ชัดระหว่างภาษีการรับมรดก กับภาษีเงินได้ของ 'กองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง' ที่ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่ยื่นเสีย
หลายคนสับสนระหว่าง “ภาษีการรับมรดก” กับ “ภาษีเงินได้ของกองมรดก” ทั้งสองเป็นคนละเรื่องกัน บทความนี้แยกให้ชัดเพื่อไม่ให้เสียภาษีผิดหรือตกหล่น
ภาษี 2 เรื่องที่ต้องแยกออกจากกัน
1) ภาษีการรับมรดก
เก็บจากผู้รับมรดกเฉพาะส่วนที่แต่ละคนได้รับเกิน 100 ล้านบาท ต่อเจ้ามรดกหนึ่งราย อัตรา 5% (บุพการี/ผู้สืบสันดาน) หรือ 10% (ผู้รับรายอื่น) ส่วนคู่สมรสได้รับยกเว้น กรณีทั่วไปจึงมักไม่ถึงเกณฑ์
2) ภาษีเงินได้ของ “กองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง”
ตัวทรัพย์มรดกไม่ใช่เงินได้ของผู้รับ แต่ หากกองมรดกยังไม่ได้แบ่งและมีรายได้เกิดขึ้นหลังเจ้ามรดกเสียชีวิต กองมรดกนั้นมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้ “เสมือนบุคคลธรรมดา”
รายได้ของกองมรดกที่ต้องเสียภาษีมีอะไรบ้าง
- ค่าเช่าจากอสังหาริมทรัพย์ของกองมรดก
- ดอกเบี้ยเงินฝาก/เงินลงทุน
- เงินปันผลจากหุ้น
- รายได้อื่นที่เกิดจากทรัพย์มรดกระหว่างที่ยังไม่ได้แบ่ง
ใครมีหน้าที่ยื่น
| ขั้นตอน | ผู้รับผิดชอบ |
|---|---|
| ยื่นแบบ/ชำระภาษีเงินได้ของกองมรดก | ผู้จัดการมรดก หรือทายาทผู้ครอบครองทรัพย์ |
| ยื่นภาษีการรับมรดก (ถ้าเกินเกณฑ์) | ผู้รับมรดกแต่ละคน |
ข้อควรระวัง: เมื่อแบ่งมรดกเสร็จและทรัพย์เป็นของทายาทแต่ละคนแล้ว รายได้ที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นจะเป็นเงินได้ของทายาทแต่ละคน ไม่ใช่ของกองมรดกอีกต่อไป
สรุป
ตัวมรดกที่ได้รับไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ แต่ “กองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง” ซึ่งมีรายได้ ต้องยื่นและเสียภาษีเงินได้ โดยผู้จัดการมรดกเป็นผู้ดำเนินการแทน เพื่อความถูกต้องและครบถ้วน แนะนำให้ปรึกษาทีมทนายและที่ปรึกษาด้านภาษีร่วมกันวางแผนการยื่นภาษีของกองมรดก
คำถามที่พบบ่อย
ได้รับมรดกมาต้องเอาไปรวมเสียภาษีเงินได้ไหม?
ตัวทรัพย์มรดกที่ได้รับไม่ถือเป็นเงินได้ที่ต้องนำไปเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (มีเพียงภาษีการรับมรดกเฉพาะส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท)
กองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่งต้องเสียภาษีไหม?
ต้อง หากกองมรดกมีรายได้เกิดขึ้นหลังเจ้ามรดกตาย เช่น ค่าเช่า ดอกเบี้ย เงินปันผล กองมรดกมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้เสมือนบุคคลธรรมดา
ใครเป็นคนยื่นภาษีของกองมรดก?
ผู้จัดการมรดกหรือทายาทผู้ครอบครองทรัพย์มรดกเป็นผู้มีหน้าที่ยื่นแบบและชำระภาษีแทนกองมรดก