Skip to content
การจัดการมรดก

ยกทรัพย์ให้ตอนมีชีวิต (ให้โดยเสน่หา) ต่างจากมรดกอย่างไร

เปรียบเทียบการให้โดยเสน่หาขณะมีชีวิตกับการตกทอดเป็นมรดก ทั้งเรื่องกรรมสิทธิ์ การถอนคืน และภาษี เพื่อช่วยเลือกแนวทางที่เหมาะกับสถานการณ์ของท่าน

ยกทรัพย์ให้ตอนมีชีวิต (ให้โดยเสน่หา) ต่างจากมรดกอย่างไร

เมื่อต้องการส่งต่อทรัพย์ให้คนในครอบครัว มีสองทางหลักคือ “ให้โดยเสน่หา” ขณะยังมีชีวิต หรือปล่อยให้ตกทอดเป็น “มรดก” เมื่อเสียชีวิต ทั้งสองแบบมีความแตกต่างทั้งเรื่องกรรมสิทธิ์ การถอนคืน และภาษี การเข้าใจความต่างจะช่วยให้เลือกแนวทางได้เหมาะกับสถานการณ์

การให้โดยเสน่หาคืออะไร

การให้โดยเสน่หาคือการที่ผู้ให้ยกทรัพย์ให้แก่ผู้รับขณะยังมีชีวิต เมื่อทำถูกต้องตามกฎหมาย กรรมสิทธิ์จะโอนทันทีและผู้ให้สละกรรมสิทธิ์ในทรัพย์นั้น ข้อสำคัญคือโดยหลักแล้วถอนคืนการให้ไม่ได้ เว้นแต่มีเหตุเนรคุณตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 531 ดังนั้นก่อนตัดสินใจให้ ควรพิจารณาให้รอบคอบเพราะเมื่อให้แล้วมักไม่อาจเรียกคืนได้

ภาษีของการให้โดยเสน่หา

ด้านภาษี การให้โดยเสน่หามี “ภาษีการรับให้” โดยทั่วไปเก็บจากส่วนที่เกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดต่อปี กล่าวคือ เกิน 20 ล้านบาทต่อปีสำหรับการให้แก่บุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส และเกิน 10 ล้านบาทต่อปีสำหรับการให้แก่บุคคลอื่น โดยมีอัตรา 5% การเข้าใจเกณฑ์รายปีนี้ช่วยให้วางแผนการให้ได้อย่างเหมาะสม

มรดกแตกต่างอย่างไร

มรดกคือทรัพย์ที่ตกทอดเมื่อเจ้ามรดกเสียชีวิต กรรมสิทธิ์จะโอนเมื่อเจ้ามรดกตาย ไม่ใช่ขณะยังมีชีวิต ด้านภาษี มรดกมีภาษีการรับมรดกซึ่งเก็บเฉพาะส่วนที่ผู้รับได้รับเกิน 100 ล้านบาท จึงเห็นได้ว่าเกณฑ์ภาษีของมรดกสูงกว่าเกณฑ์รายปีของการให้ การเลือกแนวทางจึงต้องพิจารณามูลค่าทรัพย์และจังหวะเวลาประกอบกัน

ประเด็นให้ตอนมีชีวิต (ให้โดยเสน่หา)มรดก
การโอนกรรมสิทธิ์โอนทันทีเมื่อทำถูกต้องโอนเมื่อเจ้ามรดกตาย
การถอนคืนโดยหลักถอนคืนไม่ได้ เว้นแต่เหตุเนรคุณ (มาตรา 531)ใช้ตามพินัยกรรม/ลำดับทายาท เมื่อเสียชีวิต
เกณฑ์ภาษีเกิน 20 ล้าน/ปี (บุพการี/ผู้สืบสันดาน/คู่สมรส), เกิน 10 ล้าน/ปี (บุคคลอื่น) อัตรา 5%เก็บเฉพาะส่วนที่ผู้รับได้รับเกิน 100 ล้านบาท

ข้อดี ข้อเสีย และผลต่อทายาทคนอื่น

แต่ละแนวทางมีข้อดีข้อเสีย การให้ขณะมีชีวิตช่วยให้เห็นผลและจัดการได้ทันที แต่ผู้ให้สละกรรมสิทธิ์ไปแล้วและถอนคืนได้ยาก ส่วนมรดกให้ผู้เป็นเจ้ามรดกยังควบคุมทรัพย์ได้จนวาระสุดท้าย แต่กระบวนการหลังเสียชีวิตอาจใช้เวลา นอกจากนี้การให้ทรัพย์แก่ทายาทคนใดคนหนึ่งมากเป็นพิเศษอาจกระทบความรู้สึกของทายาทคนอื่น จึงควรคำนึงถึงความเป็นธรรมในครอบครัว ทั้งนี้ประเทศไทยไม่มีระบบบังคับส่วนแบ่งทายาทที่เข้มงวดเท่าบางประเทศ จึงมีความยืดหยุ่นในการจัดสรรพอสมควร

ข้อแนะนำ: ก่อนเลือกระหว่างการให้กับการปล่อยเป็นมรดก ควรประเมินมูลค่าทรัพย์ ภาระภาษีในแต่ละแบบ และผลต่อความสัมพันธ์ในครอบครัวให้ครบทุกด้าน

ตัวอย่างกรณีที่พบ (ปรับรายละเอียดเพื่อรักษาความลับ) คือเจ้าของทรัพย์ที่ต้องการช่วยบุตรขณะยังมีชีวิตจึงเลือกให้ทรัพย์บางส่วนภายในเกณฑ์ที่วางแผนภาษีไว้ และเก็บทรัพย์ส่วนใหญ่ไว้ส่งต่อเป็นมรดกตามพินัยกรรม ทำให้สมดุลทั้งเรื่องภาษีและความเป็นธรรม ทั้งนี้ผลของแต่ละเรื่องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงเฉพาะราย

สรุป

การให้โดยเสน่หาและการตกทอดเป็นมรดกต่างมีจุดเด่นและข้อควรระวัง ทั้งเรื่องกรรมสิทธิ์ การถอนคืน และภาษี การเลือกแนวทางที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสถานการณ์และเป้าหมายของแต่ละครอบครัว หากท่านกำลังพิจารณาว่าจะให้ทรัพย์ขณะมีชีวิตหรือปล่อยเป็นมรดก ทีมทนายและที่ปรึกษากฎหมายของเรายินดีให้คำปรึกษาตามข้อเท็จจริงของแต่ละราย ติดต่อเราเพื่อวางแผนร่วมกัน

หัวข้อ: #ให้โดยเสน่หา#มรดก#ภาษีการรับให้

คำถามที่พบบ่อย

การให้โดยเสน่หาถอนคืนได้หรือไม่

โดยหลักถอนคืนการให้ไม่ได้ เว้นแต่มีเหตุเนรคุณตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 531 เมื่อทำการให้ถูกต้องแล้วกรรมสิทธิ์จะโอนทันทีและผู้ให้สละกรรมสิทธิ์

ภาษีการรับให้กับภาษีการรับมรดกต่างกันอย่างไร

ภาษีการรับให้โดยทั่วไปเก็บจากส่วนที่เกินเกณฑ์ต่อปี เช่น เกิน 20 ล้านบาทสำหรับบุพการี/ผู้สืบสันดาน/คู่สมรส และเกิน 10 ล้านบาทสำหรับบุคคลอื่น อัตรา 5% ส่วนภาษีการรับมรดกเก็บเฉพาะส่วนที่ผู้รับได้รับเกิน 100 ล้านบาท

ควรเลือกให้ขณะมีชีวิตหรือปล่อยเป็นมรดก

ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ เช่น ความต้องการเห็นผลทันที ภาระภาษี และผลต่อทายาทคนอื่น ควรปรึกษาทนายและที่ปรึกษาภาษีเพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะสม

← กลับไปหน้าบทความ

บทความที่เกี่ยวข้อง

การตรวจสอบทายาทและทรัพย์มรดก ก่อนเริ่มคดี (Due Diligence)
การจัดการมรดก

การตรวจสอบทายาทและทรัพย์มรดก ก่อนเริ่มคดี (Due Diligence)

ก่อนยื่นจัดการมรดกควรตรวจสอบอะไรบ้าง — การตรวจสอบทายาททั้งหมด การค้นหาทรัพย์สินที่อาจไม่รู้ การตรวจหนี้สิน และการตรวจสอบพินัยกรรม เพื่อให้แบ่งมรดกได้ครบถ้วนถูกต้อง

ภาษีการรับมรดก เสียเมื่อไหร่ เท่าไหร่ (สรุปเข้าใจง่าย)
การจัดการมรดก

ภาษีการรับมรดก เสียเมื่อไหร่ เท่าไหร่ (สรุปเข้าใจง่าย)

อธิบายภาษีการรับมรดกตาม พ.ร.บ. ภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 — ใครต้องเสีย เกณฑ์ 100 ล้านบาท อัตราภาษี และผู้ที่ได้รับยกเว้น เช่น คู่สมรส

คดีมรดกพิพาท: ฟ้องแบ่งมรดก เพิกถอนพินัยกรรม และอายุความ 1 ปี
การจัดการมรดก

คดีมรดกพิพาท: ฟ้องแบ่งมรดก เพิกถอนพินัยกรรม และอายุความ 1 ปี

เมื่อทายาทขัดแย้งหรือมีการจัดการมรดกโดยมิชอบ ทำอย่างไร — ฟ้องแบ่งมรดก คัดค้าน/ถอนผู้จัดการมรดก เพิกถอนพินัยกรรม และเรื่องอายุความที่ต้องระวัง

พร้อมปรึกษาคดีของคุณแล้วหรือยัง?

ประเมินคดีเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เก็บข้อมูลเป็นความลับทุกขั้นตอน