การแบ่งและโอนทรัพย์มรดก: ที่ดิน บ้าน หุ้น และบัญชีธนาคาร
ขั้นตอนการแบ่งมรดกระหว่างทายาทและการโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์มรดกแต่ละประเภท ทั้งที่ดินที่กรมที่ดิน หุ้น กองทุน และบัญชีธนาคาร อย่างถูกต้อง
หลังศาลมีคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกแล้ว ภารกิจสำคัญคือ แบ่งและโอนทรัพย์มรดก ให้ทายาทอย่างถูกต้อง บทความนี้อธิบายตามประเภททรัพย์
เริ่มจากบันทึกข้อตกลงแบ่งมรดก
ก่อนโอน ควรทำ บันทึกข้อตกลงแบ่งมรดก ระหว่างทายาท ระบุชัดว่าใครได้ทรัพย์ใด เพื่อให้การโอนราบรื่นและลดข้อพิพาท หากตกลงกันไม่ได้ อาจต้องให้ศาลแบ่ง
โอนทรัพย์มรดกตามประเภท
ที่ดินและบ้าน
ผู้จัดการมรดกนำ คำสั่งศาล + โฉนด + เอกสารทายาท ไปที่ สำนักงานที่ดิน ที่ที่ดินตั้งอยู่ เพื่อจดทะเบียนโอนมรดก (อาจโอนเข้าชื่อผู้จัดการมรดกก่อน แล้วจึงโอนต่อให้ทายาทตามข้อตกลง)
เงินฝากธนาคาร
นำคำสั่งศาลไปแสดงต่อธนาคารเพื่อ ปิด/โอนบัญชี ของผู้ตาย แล้วนำเงินเข้ากองมรดก
หุ้น กองทุน
ติดต่อบริษัทหลักทรัพย์ / บลจ. เพื่อโอนหลักทรัพย์ของผู้ตายให้ทายาทตามสิทธิ
รถยนต์ / ทรัพย์อื่น
โอนทะเบียนรถที่กรมการขนส่ง ส่วนทรัพย์อื่นโอนตามระเบียบของแต่ละประเภท
ลำดับที่ถูกต้อง
- รวบรวมทรัพย์เข้ากองมรดก
- ชำระหนี้กองมรดก ก่อน (ดูบทความเรื่องหนี้สิน)
- แบ่งทรัพย์ที่เหลือตามข้อตกลง/สิทธิ
- โอนกรรมสิทธิ์ให้ทายาท
ข้อควรระวัง
- อย่าแบ่งก่อนชำระหนี้ อาจมีปัญหากับเจ้าหนี้ภายหลัง
- เอกสารโอนต้องครบ มิฉะนั้นหน่วยงานจะไม่รับจดทะเบียน
- กรณีทายาทบางคนอยู่ต่างประเทศ ใช้หนังสือมอบอำนาจที่รับรองถูกต้อง
สรุป
การแบ่งและโอนทรัพย์มรดกมีรายละเอียดต่างกันตามประเภททรัพย์ และต้องทำตามลำดับที่ถูกต้อง การมีผู้จัดการมรดกและทนายที่ดูแลเอกสารจะช่วยให้การโอนเสร็จเรียบร้อย ทายาททุกคนได้รับส่วนของตนอย่างเป็นธรรม
คำถามที่พบบ่อย
โอนที่ดินมรดกทำที่ไหน?
ผู้จัดการมรดกนำคำสั่งศาล โฉนด และเอกสารที่เกี่ยวข้องไปที่สำนักงานที่ดินที่ที่ดินตั้งอยู่ เพื่อจดทะเบียนโอนให้ทายาทหรือผู้จัดการมรดกก่อนแบ่ง
ทายาทต้องตกลงกันก่อนแบ่งไหม?
ควรทำ 'บันทึกข้อตกลงแบ่งมรดก' ให้ชัดเจนว่าใครได้อะไร เพื่อให้การโอนราบรื่นและป้องกันข้อพิพาทภายหลัง
ถอนเงินในบัญชีผู้ตายทำอย่างไร?
นำคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดกไปแสดงต่อธนาคาร เพื่อปิด/โอนบัญชีและนำเงินเข้ากองมรดกก่อนแบ่งให้ทายาท